ชาทีมิกซ์, ผลิตภัณฑ์ถั่งเช่า, และชาเขียวเห็ดหลินจือ (แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่)

สินค้าแนะนำ ชาสมุนไพรที-มิกซ์ ใช้ดี ใช้ง่าย ดีต่อสุขภาพ

(ออกทีวีช่อง 9 รายการบอกเล่าเก้าสิบ และรายการอื่นๆ)
รักครอบครัว เริ่มต้นด้วยการดูแลตัวเอง
ชาสมุนไพรที-มิกซ์ ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิต เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างสุขภาพ และผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังป่วยเป็นเบาหวาน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน และผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงไม่มีผลข้างเคียง เป็นอีก 1 ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

จำหน่ายชาสมุนไพรควบคุมระดับน้ำตาล

- ช่วยลดเบาหวาน

- ควบคุมความดันโลหิต 

- ส่งเสริมสุขภาพ

สินค้าแนะนำ ชาสมุนไพรที-มิกซ์

ลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานและกลุ่มเสี่ยง ปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง

อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งผู้ที่ต้องการเสริมสร้างสุขภาพ และ

ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ขนาดบรรจุกล่องเล็ก 15 ซอง เลิกผลิตแล้วนะคะ

รุ่นใหม่ กล่องใหญ่ บรรจุกล่องละ 30 ซอง

roll up22 roll up11

ราคาปกติกล่องละ 1,500 บาท

สั่งซื้อ 2 กล่อง ราคา รวม 2,500 บาท (เฉลี่ยราคากล่องละ 1,250 บาท)

สั่งซ์้อ 3 กล่อง ราคา รวม 3,000 บาท (เฉลี่ยราคากล่องละ 1,000 บาท)

จัดส่ง  EMS ฟรี ทั่วประเทศ 

ได้รับการรับรองจาก อย เลขที่ 10-1-11652-1-0042 และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

โทรหาเราเลยตอนนี้

คุณแจง  โทร 0915353551

tmixes

หรือ

คุณไก่    โทร 0888629003

email มาที่ healthland.biz@mail.com  หรือ

สั่งสินค้าผ่าน http://www.healthland.biz และ http://www.fifteen.name

นอกจากนี้ยัง สามารถมาซื้อและรับสินค้าเองได้ที่ เดอะเซอเคิล เพชรบุรีตัดใหม่ 36 (มีที่จอดรถบริการ)

The Circle Map1-vert

คนทั่วไปไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง มักจะเคยได้ยินว่าญาติของเพื่อนคนนั้นคนนี้ เป็นโรคเบาหวาน หรือที่ใกล้ตัวเข้ามาหน่อยก็อาจจะเคยได้ยินว่า คุณปู่ คุณตาคุณย่า คุณยาย ของตนเองเป็นโรคเบาหวาน ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ได้ข่าวว่าบุคคลที่ เอ่ยถึงมานี้ บางคนได้เสียชีวิต ไปแล้วจากโรคหัวใจ หรือถูกตัดขาไปเสียแล้ว หรือถ้าในสังคมคนเมืองกรุง หรือในหมู่ผู้มีฐานะหน่อย ก็อาจจะได้ข่าวว่าญาติบางคนที่เป็นเบาหวาน ต้องทนทุกข์ทรมานจากการต้องไปล้างไตที่โรงพยาบาล อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เสียค่าใช้จ่ายไปเดือนละหลายหมื่นบาท “เบาหวาน” เป็นโรคที่พบได้บ่อย และมักจะพบได้หลายๆ คนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ใช่เกิดจากโรคติดต่อ แต่เป็นโรคที่ถ่ายทอดทาง พันธุกรรม ผู้ที่มีพ่อ แม่ หรือ ญาติสนิทเป็นโรคเบาหวาน คนอ้วน คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จึงเป็นพวกที่มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคเบาหวาน และที่สำคัญมักจะพบในผู้สูงอายุ ยิ่งอายุยืน ยิ่งพบได้มากขึ้น มีอัตราการตายสูง แต่จะไม่เสียชีวิตทันที มักรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานมาแล้วหลายๆปี บางครั้งเป็นมานานถึง 20-30 ปี และสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งคือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ไม่ใช่เกิดจากโรคเบาหวาน บางคนมีชีวิตค่อนข้างยืนยาว แต่ต้อง ทรมานอยู่หลายปีกว่าจะเสียชีวิต เช่น ถูกตัดขาเพราะเป็นแผล แล้วไม่รีบรักษา เป็นโรคไตวายจาก เบาหวาน ต้องถูกล้างไตทุก 3-4 วัน เพื่อยืดชีวิตให้ยืนยาวต่อไป บางคนก็ตาบอดมองไม่เห็น เนื่องจากเบาหวาน ลามเข้าไปที่จอรับภาพที่ตา ในคนปกติ ถ้าเจาะเลือดตรวจในตอนเช้าก่อนอาหาร จะมีระดับน้ำตาลอยู่ระหว่าง 70-110 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ถ้าระดับเท่ากับหรือมากกว่า 126 มิลลิกรัม เปอร์เซนต์ ก็เรียกว่าเป็นโรคเบาหวาน แต่ถ้ามีอาการชัดเจน การเจาะเลือดเพียงครั้งเดียวแล้วพบว่าผิดปกติ ก็เรียกว่าเป็นเบาหวานได้ เบาหวานเป็นโรคที่รักษาได้ ควบคุมได้ แต่เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ส่วนใหญ่ต้องกินยา หรือฉีดยาไปตลอดชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุด ต้องควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำหนักตัว ดูแลสุขภาพตนเอง รับประทานยา หรือฉีดอินซูลินตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งปริมาณยา เวลาที่กินหรือฉีดยา ผู้ที่เป็นเบาหวานเมื่อเป็นนานมากขึ้นหลายๆ ปี จะเกิดโรคแทรกซ้อนที่อวัยวะต่างๆ ทำให้มีอาการแล้วแต่ว่าเกิดที่อวัยวะใด อวัยวะที่สำคัญ 3 แห่ง คือ ไต ตา ระบบประสาท อวัยวะ เหล่านี้มักจะมีหลอดเลือดเล็กๆ ไปหล่อเลี้ยง การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าทำได้ไม่ดี บวกกับระยะที่เป็นมานานจะทำให้หลอดเลือดเหล่านี้เสื่อมและตีบ ยิ่งน้ำตาลสูงมากและยิ่งเป็นเบาหวาน มานาน จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้เร็วขึ้น การเสื่อมของอวัยวะเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นเบาหวานมานาน และควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ

***ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ใน เกณฑ์ปกติโดยชา ที-มิกซ์ สามารถช่วยท่านได้***

หมายเหตุ

*ไม่สามารถรักษาได้ทุกโรค

*ไม่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

*เพียงดื่มวันละ 6-8 แก้ว สามารถลดระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติได้ (ภายใน 30 วัน) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ตาบอด แผลเรื้อรัง ไตวาย ความดันสูง เป็นต้น *เมื่อระดับน้ำตาลปกติ ดื่มเพียงวันละ 2 แก้ว  รับประทานอาหารได้ตามปกติ ไม่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ (น้ำตาลไม่ขึ้น ใช้ชีวิตตามปกติ)

*ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติ สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานในอนาคต

*ไม่ต่อต้านฤทธิ์ยาประจำตัว ไม่มีผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น

*ผลิตจากพืชสมุนไพร 100% ไม่เจือสี ไม่แต่งกลิ่น จึงไม่มีผลข้างเคียงใดๆ มี อ.ย. รับรอง

*ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือด ได้ทุก 7 วัน

สมุนไพรเบาหวาน

ไม่ต้องคิดแล้ว โทรเลย! (ราคาปกติกล่องละ 1500 บาท)

ราคาโปรโมชั่น รบกวนโทรสอบถามที่ คุณแจง

โทรศัพท์: 091-5353551

 _______________________________________________________

เสียงตอบรับจากลูกค้าทีมิกซ์

วิธีการชงชาทีมิกซ์ 1 ซอง

วิธีการชงชาทีมิกซ์ 5 ซอง

Tmixes 

รายละเอียดสรรพคุณของสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่

 
เจียวกู้หลาน (เจียวกู่หลาน)
ประวัติความเป็นมา
 
เจียวกู้หลาน เป็นพืชจำพวกเถา จำพวกแตงมีใยขนาดเท่าเหรียญสิบบาทและมีรูปร่างคล้ายใบมะระมีห้าแฉก จึงมีผู้ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า เบญจขันธ์ มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย ในบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ ๓เป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ ๓๐๐- ๓,๒๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลในจีน อินเดีย เนปาล เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่นและเกาหลี คำว่าเจียวกู้หลานในภาษาจีนหมายความถึง พืชเถาที่พันรอบไม้ใหญ่ แต่ด้วยคุณประโยชน์มากมายที่มีต่อการบำรุงสุขภาพและรักษาอาการป่วย ชาวจีนจึงเรียกเจียวกู้หลานอีกชื่อหนึ่งว่า ซี- ยัน- เช่า ซึ่งหมายความว่าเป็นสมุนไพรแห่งชีวิตอมตะ
 
ชาวจีนที่อาศัยอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ในมณฑลกวางชู กวางสี ยุนานและฉวนได้นำเอาเจียวกู้หลานมาบริโภคเป็นอาหารเป็นเวลานานและต้มดื่มแทนน้ำชาตั้งแต่ศตวรรษที่๑๕เป็นต้นมาเพราะมีคุณสมบัติในการส่งเสริมธาตุหยินและหยางของร่างกายช่วยทำให้ผู้ดื่ม สุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานหนักกลางแจ้งได้เป็นเวลานาน ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย มีอายุยืน ต่อมาได้นำมารักษาอาการป่วยเช่นไข้หวัด อาการไอเรื้อรัง และถุงลมในปอดอักเสบและพบว่าผู้ดื่มชาเจียวกู้หลานเป็นประจำนอกจากจะมีอายุเฉลี่ยที่ยืนนานและมีสุขภาพแข็งแรง แล้วยังมีอัตราการป่วยที่เป็นมะเร็งที่ต่ำกว่าอีกด้วย
 
ในทศวรรษที่๑๙๗๐ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นที่ได้พบรายงานการรักษาโรคถุงลมในปอดอักเสบในประเทศจีนนำเจียวกู้หลานมาทำการวิจัยเพื่อหาประโยชน์ต่างๆ Dr Osama Tanaka แห่งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมาที่ต้องการศึกษาเพื่อหาพืชที่สามารถให้ความหวานแทนน้ำตาลพบว่าเจียวกู้หลานซึ่งเป็นพืชที่ต่างสายพันธุ์กับโสม แต่มีสาร แซพโพนินส์ที่มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกับโสม ต่อมา Dr Tsunematsu Takemoto ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรได้ทำการวิจัยประโยชน์ของเจียวกู้หลานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีเพื่อหาสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้วิธีธรรมชาติบำบัดในการรักษาโรคมะเร็งและโรคร้ายอื่นๆ พบว่าเจียวกู้หลานมีสารแซพโพนินส์อยู่ ๘๒ ชนิด เรียกว่า Gypenosides ๑ ๘๒ จึงจัดเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาได้เหมือนโสมแต่ดีกว่าโสม เนื่องจากหากเปรียบเทียบกับโสมที่มีสารแซพโพนินส์ที่เรียกว่า ginsenosides นี้อยู่เพียง ๒๘ ชนิด แต่เจียวกู้หลานมีสารแซพโพนินส์ที่เรียกว่า gypenosides นี้อยู่ถึง ๘๒ ชนิด และสาร gypenosides ที่พบในเจียวกู้หลานนี้มีอยู่สี่ชนิดเหมือนกับที่พบในโสมและอีกสิบเจ็ดชนิดมีคุณลักษณะคล้ายกับโสม นอกจากนี้ปริมาณ gypenosides ที่มีในเจียวกู้หลานก็มากกว่าและคุณสมบัติทางยาที่ดีกว่าสาร ginsenosides ที่พบในโสมอื่นๆโดยเฉพาะไม่มีพิษและไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นจากการบริโภค
 
ร่างกายของมนุษย์เปรียบเสมือนเป็นเครื่องจักรที่น่ามหัศจรรย์เพราะมีระบบการทำงานของสมองที่สามารถคิด ประมวลผลการทำงานและสั่งงานได้เองและมีระบบการทำงานของร่างกายที่สามารถรักษาดุลภาพของร่างกาย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สามารถต่อต้านโรค รักษาอาการเจ็บป่วย สมานแผลต่อกระดูกที่หักได้เองระดับหนึ่ง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ธรรมชาติได้มอบให้แก่มนุษย์หากมนุษย์สามารถเข้าใจในการเรียนรู้ความมหัศจรรย์ของร่างกายและพัฒนาตนเองขึ้นมาได้
 
การใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ในปัจจุบันที่ไม่ถูกต้องตามธรรมชาติมีส่วนสำคัญที่ทำให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระ ขึ้นมามากจนเกินกว่าที่ร่างกายจะควบคุมได้ จึงเป็นผลให้อวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายเสื่อมเร็วและทำให้แก่เร็วกว่าวัยเช่นผมหงอกมาก ผิวหนังเหี่ยวย่น มีริ้วรอยบนใบหน้า เส้นเลือดในร่างกายตืบตันเพราะมีไขมันไปจับบริเวณผนัง ( เป็นสาเหตุของอาการหัวใจวาย ไตวายหรือพิการ อัมพาต ) โรคเม็ดโลหิตขาวมากเกินไป โรคมะเร็งและโรคสมองเสื่อม
 
ในประเทศจีน แพทย์แผนจีนได้ใช้เจียวกู้หลานร่วมกับสมุนไพรจีนชนิดอื่นและน้ำผลไม้ที่คั้นจากผลกีวีซึ่งมีวิตามินซีและวิตามินอีสูงใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการป่วยเกิดจากอนุมูลอิสระเช่นอาการขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง ที่เป็นสาเหตุของอัมพาต อาการขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจที่เป็นสาเหตุของอาการหัวใจวายหรืออาการกล้ามเนื้อหัวใจตายซึ่งได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ในบรรดาจำนวนพืช ๔๐๐๐ ชนิด สมุนไพรที่จัดได้ว่าเป็น Adaptogen ได้เพียงหนึ่งชนิดเท่าที่สมุนไพรที่เป็นAdaptogen ได้จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญ ๑) ไม่มีสารใดๆ ที่เป็นพิษต่อร่างกาย และ๒ ) ช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง ในการรักษาร่างกายให้หายป่วยจากโรคร้าย โดยมีผลต่อการทำงานของร่างกายที่สำคัญคือ บำรุงการทำงานของอวัยวะภายในให้แข็งแรงและปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาทและระบบฮฮร์โมนให้เป็นปกติจากผลของความเครียด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ ได้พบว่าเจียวกู้หลานเป็น Adaptogen ดีกว่าสมุนไพรชนิดอื่นๆ
 
จากการทดลองวิทยาศาสตร์เป็นเวลากว่า ๓๐ ปี ยืนยันว่าเจียวกู้หลานเป็น Adaptogen ที่มีคุณสมบัติที่น่ามหัศจรรย์ต่อร่างกายในการช่วยปรับสมดุลยภาพการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางที่ประกอบด้วย สมองไขสันหลัง ระบบประสาท Sympathetic และระบบ Parasympathetic ที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาท การหลั่งฮฮร์โมนและการทำงานของอวัยวะต่างๆ หากร่างกายมีความเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป สาร Gypenosides จะช่วยทำให้ระบบประสาทส่วนกลางปรับตัวเพื่อให่ร่างกายผ่อนคลายความเครียดลงแต่ถ้าร่างกายมีอาการหดหู่สาร Gypenosides จะช่วยทำให้ระบบประสาทส่วนกลางปรับตัวให้ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น ในปัจจุบันเจียวกู้หลานเป็นสมุนไพรที่วงการแพทย์ในจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกายอมรับในการรักษาเพื่อลดไขมัน ลดความดันโลหิตสูง แต่ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำจะปรับให้เป็นปกติ ทำให้หัวใจและตับแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย สร้างภูมิต้านทานโรค ( ในประเทศไทยได้มีการทดลองประกอบการรักษาผู้ป่วยเป็นโรคเอดส์พบว่าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันของร่างกายสูงขึ้น ) และช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารมากขึ้น
 
สารเคมีที่พบในเจียวกู้หลาน
 
สารที่พบในเจียวกู้หลานประกอบด้วย ซาโพนินส์ ( Saponins ) เฟลโวเนส โพลีซัลคาไรด์ กรดอมิโน ไวตามิน บี๑ บี๒ และธาตุที่สำคัญต่อร่างกายหลายชนิด เช่น แคลเซียม ( Ca ๑๙๔๗๕.๐๐) สังกะสี ( Zn ๑๗๘.๗๕ ) เหล็ก ( Fe ๗๘๖.๓๐ ) แมงกานีส ( Mn ๘๖.๓๐ ) แมกนีเซียม ( Mg ๒๐๔๕.๐๐)
 
ซาโพนินส์คือ โมเลกุลกลีโคไซด์ ( glycoside ) ที่ประกอบด้วย อกลีโคน ( aglycone ) และน้ำตาลซึ่ง ซาโพนินส์ ที่พบในเจียวกู้หลานนี้เป็น ซาโพนินส์ ประเภทเดียวกับ ginsenosides ที่พบในโสมและจัดอยู่ในตระกูลที่มีโครงสร้างของโมเลกุเหมือนกับสเตรอยด์ฮฮร์โมนที่พบในสัตว์และมนุษย์
 
สเตรอยด์ฮอร์โมนนี้ มีคุณสมบัติที่สำคัญต่อร่างกายทำงานของระบบผลิตฮฮร์โมนในสัตว์และมนุษย์ แต่ซาโพนินส์ ที่พบในเจียวกู้หลานและโสมไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบฮฮร์โมนในร่างกายมนุษย์ เช่นเดียวกับสเตรอยด์ฮฮร์โมน แต่จะช่วยสร้างการปรับสมดุลของฮฮรด์โมนในร่างกายทำให้ระบบการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และอวัยวะภายในร่างกายมีความสมดุลและการทำงานได้ดีตามปกติ ซาโพนินส์ ในเจียวกู้หลานและโสมจึงไม่ใช่สารที่ห้ามนักกีฬาใช้โดยคณะการโอลิมปิกระหว่างประเทศ เจียวกู่หลานมีสาร gytpenosides ๘ ชนิดที่เรียกว่า gytpenosides ๑-๘๒ ซึ่ง gytpenosides หมายเลข ๓,๔,,๘และ๑๒ มีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกับ ginsenoside Rb1 Rb2 Rd และ F2 ตามลำดับนอกจากนี้gypenosides อีก ๑๗ ชนิด เมื่อผสมด้วยน้ำก็จะมีคุณสมบัติเหมือนกับ Ginsenosides แต่เจียวกู้หลานมีข้อได้เปรียบโสมตรงที่สารซาโพนินส์มากกว่าโสมถึงสี่เท่า และคุณสมบัติในการบำรุงร่างกายดีกว่าโสม นอกจากนี้ ผู้บริโภคเจียวกู้หลานไม่มีอาการแพ้เหมือนการบริโภคโสม
 
ประโยชน์ของเจียวกู้หลาน
 
ทุกๆมณฑลในประเทศจีนจะมีมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยคณะแพทย์ศาสตร์ สถาบันวิจัยและโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วย รัฐบาลจีนได้ทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากรณ์จำนวนมากเพื่อนำเอาวิธีการรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนวิธีของแพทย์ตะวันตก ในการวิจัยได้มีวิธีการวิจัยครบทั้ง ๓ ขั้นตอน คือ ๑. ในห้องปฎิบัติการ ๒. ทดลองในสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังและมีอวัยวะภายในทำงานคล้ายกับมนุษย์ ๓. ทำการรักษา กับผู้ป่วยและผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงในคลินิก จากการวิจัยโดยคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศจีน พบว่าเจียวกู้หลานมีประโยชน์ในการรักษาอาการผู้ป่วยและบำรุงสุขภาพของมนุษย์ดังต่อไปนี้
 
A. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระในร่างกายของเราเกิดขึ้นจากขบวนการเผาผลาญพลังงานโดยออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งปกติอะตอมของออกซิเจนจะประกอบด้วยโปรตอน ( ประจุบวก ) และอีเลคตรอน ( ประจุลบ ) ในระหว่างการเผาผลาญพลังงาน อีเลคตรอนของออกซิเจนที่มีถึง ๒ ตัวอยู่ในวงนอกของอะตอมจะไปจับคู่กับอีเลคตรอนของอะตอมออกซิเจนที่อยู่ใกล้กันเพื่อให้ตัวมันเป็นอะตอมที่สมบูรณ์ อะตอมที่ถูกขโมยที่ประจุลบไปจะกลายเป็นอนุมูลอิสระแล้วไปจับคู่กับ อีเลคตรอนของอะตอมข้างเคียงเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่อย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายเป็นจำนวนมาก หากร่างกายของเรามีสุขภาพที่แข็งแรงก็ควบคุมปริมาณการเกิดอนุมูลอิสระนี้ได้ แต่ร่างกายอ่อนแอเพราะได้รับเชื้อโรคหรือมลพิษ ก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมปริมาณของอนุมูลอิสระนี้ได้และเป็นสาเหตุของปัญหาด้านสุขภาพดังต่อไปนี้
 
๑. ทำให้ภายในอวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติและผิวหนังเหี่ยวย่นเร็วกว่าวัย
 
๒. ทำให้ DNA ทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงแก่เร็วกว่าวัย
 
๓. ทำให้เส้นเดือดตีบตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการต่างๆ คือ
 
๓.๑ หากเกิดขึ้นที่เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจจะทำให้มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรืออาการ หัวใจ
 
๓.๒ หากเป็นที่ไตจะมีอาการไตเสื่อมหรือไตวาย
 
๓.๓ หากเป็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจะเกิดอาการอัมพาต
 
๓.๔. ทำให้เกิดอาการร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากเกินไป ทำให้มีอาการข้ออักเสบหรือโรคเม็ดโลหิตขาว มากเกินไป
 
๓.๕. เกิดอาการอักเสบที่เอ็นและกล้ามเนื้อ
 
๓.๖. เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง
 
๓.๗. เป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมและความจำเสื่อม จากการทดลองในประเทศจีน ได้ใช้เจียวกู้หลานร่วมกับน้ำผลไม้ที่มีวิตามินอี และวิตามินซีสูงและสมุนไพรอื่น พบว่ามีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดจากอนุมูลอิสระในร่างกาย
 
B. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานที่เป็นสารปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย ( Adaptogen ) คำ ( Adaptgen เป็นคำที่เกิดขึ้นโดย Dr. N .V.Lazarev นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียในปีค.ศ. ๑๙๔๗ ที่เรียกสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางของมนุษย์ ระบบประสาทส่วนกลางประกอบด้วย สมอง ไขสันหลัง ระบบประสาท Sympaihetic และระบบประสาท Paraasympathetic ซึ่งควบคุมการทำงานที่สำคัญต่างๆของร่างกายซึ่งปกติแล้วร่างกายเปรียบเสมือนเป็นเครื่องจักรที่น่าหัศจรรย์ที่จะรักษาตัวเอง ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเองแล้วในระดับหนึ่ง เมื่อร่างกายมีอาการเครียดเกิดขึ้นหรือตกอยู่ในสภาพที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ บางอย่างที่เกิดขึ้นต่อม อดรีนอล ( Adrenol ) จะขับฮอร์โมนโดพาไมน์ ( Dopamine ) โนเรไพเนพฟริน ( Norepinephrine ) และอีไพเนพฟริน ( Epiephrine ) เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าร่างกายมีอาการเครียดมากเป็นบ่อยๆ การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางจะไม่ปกติและเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาการความดันโลหิตสูง อาการปวดหัวโดยไม่พบสาเหตุ เป็นต้น ในการรักษาสุขภาพให้มีสุขภาพแข็งแรง มีข้อควรปฎิบัติ ๔ ประการ คือ กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาศัยในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และรักษาอารมณ์ให้แจ่มใสด้วยการทำสมาธิเป็นประจำ นอกจากนี้การดูแลรักษาสุขภาพของร่างกายข้างต้น แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า เจียวกู้หลานมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสมดุลการทำงานของระบบส่วนกลางของร่างกายได้ดี กล่าวคือหากระบบประสาทมีอาการเครียดเพราะเตรียมพร้อมกับปัญหาที่เกิดขึ้น สาร gypenosides จะช่วยทำให้ลดอาการเครียดของระบบประสาทส่วนกลางลงแต่ถ้าร่างกายรู้สึกหดหู่ ( Depressed ) สาร gypenosides นี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบส่วนกลางให้ร่างกายรู้สึกมีชีวิตชีวาดีขึ้น ซึ่งการรักษาสมดุลของระบบการทำงานของร่างกายนี้จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง มีการสร้างพลังชีวิต ภูมิคุ้มกันและการต่อต้านเชื้อโรคในร่างกายให้เป็นปกติ
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ เจียวกู้หลานจะช่วยขยายหลอดเลือดของหัวใจทำให้มีอัตราการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจสูงขึ้น แต่อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลง
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการลดความดันโลหิต ความดันโลหิตของมนุษย์ควรอยู่ระหว่าง ๑๔๐ ๙๐ mm Hg หากมีความดันโลหิตสูงกว่านี้ จะมีอาการความดันโลหิตสูงซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อสมอง หัวใจและไต แต่ถ้าความดันโลหิตต่ำจะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยกว่าความต้องการจะทำให้เป็นลมหน้ามืดได้ง่าย Gypennosides ในเจียวกู้หลานจะควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติกล่าวคือ หากมีอาการความดันสูงก็จะปรับลดลงแต่ถ้ามีความดันโลหิตต่ำก็จะปรับให้เป็นปกติ
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการลดไขมันในเส้นเลือด จาการรักษาผู้ป่วย สาร gypennosides ได้ลดเซรุ่มของไตรกลีเซอร์ไรด์ และคลอเรสเตอรอลประสารท LDL ที่เป็นผลร้ายต่อสุภาพ แต่เพิ่มคลอเรสเตอรอลประสาท HLD ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของร่างกายแทน ทำให้ปริมาณของไขมันที่เกาะตามผนังเส้นเลือดหัวใจ จึงช่วยรักษาและป้องกันอาการหัวใจวายและหัวใจเต้นผิดปกติ
 
คุณสมบัติในการป้องกันการจับตัวเป็นลิ่มของเลือด จากการทดลองพบว่า สาร gypenosides ในเจียวกู้หลานได้ป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัวเป็นลิ่มซึ่งหากลิ่มเลือดอุดตันในบริเวณเส้นเลือดหัวใจจะเป็นสาเหตุให้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติหรือหัวใจวายได้
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการสร้างเม็ดเลือดขาว จากการทดลองผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่รักษาตัวด้วยการฉายรังสีและวิธีคีโมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและมีเม็ดเลือดขาวในเลือดน้อยกว่าปกติ สาร gypennosides ได้ช่วยร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นผลดีทำให้หายอ่อนเพลียและเพิ่มภูมิต้านทานโรค
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากการทดลองของผู้ป่วยพบว่าเจียวกู้หลานได้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วยการช่วยให้การการทำงานของระบบน้ำเหลืองดีขึ้นด้วยการสร้างเม็ดเลือดขาวสำหรับกำจัดเชื้อโรคที่พบในร่างกาย และช่วยโปรตีนและไขมันออกจากเนื้อเยื่อ และลำไส้เล็ก จึงทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่าสาร ginsenosides Rh 12 ที่พบในโสมมีคุณสมบัติในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ดี แต่สาร Rh12 ที่พบในโสมนี้มีปริมาณเพียง 0.001% เท่านั้น แต่ในเจียวกู้หลานมีสาร gypenosides 22- 29 ที่มีคุณสมบัติในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เช่นเดียวกัน แต่มีปริมาณมากกว่าที่พบในโสมหลายเท่า
 
J คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการรักษาเบาหวานและโรคตับ จากผลการทดลองรักษาผู้ป่วยพบว่า สาร gypenosides ในเจียวกู้หลานมีผลดีในการรักษาอาการเบาหวานและตับอักเสบจากพิษของสารเคมีหรือจากไวรัสตับอักเสบบีได้ แต่ต้องดูผลการรักษาเพิ่มเติมอีกระยะหนึ่ง
 
คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการรักษาอาการโรคถุงลมในปอดอักเสบ ชาวจีนได้นำเจียวกู้หลานมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการถุงลมในปอดอักเสบมาเป็นเวลานาน ซึ่งมีผลการทดลองที่ได้นำชาเจียวกู้หลานให้ผู้ป่วยเป็นโรคถุงลมในปอดอักเสบดื่มเพื่อรักษาในโรงพยาบาลในประเทศจีนซึ่งได้ผลในการรักษาสูงถึง 92% จากการรักษาผู้ป่วยจำนวน 96 ราย
 
กรมวิทย์ฯ เปิดตัวสมุนไพรสารพัดประโยชน์ เร่งส่งเสริมการเพาะปลูก เพื่อใช้รักษาโรคแทนยาแผนปัจจุบัน
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยสมุนไพร ได้ทำการศึกษาวิจัยสมุนไพร ปัญจขันธ์ เพื่อผลิตเป็นยา หรือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ หลังใช้เวลาศึกษาและวิจัยทดลองแล้วพบว่ามีสรรพคุณหลากหลาย และไม่มีอัตราราย เผยพื้นที่ทางภาคเหนือของไทยสามารถปลูกได้ดี คาดว่าหากมีการส่งเสริมจริงจังจะเป็นประโยชน์ทางพาณิชย์ อาจทดแทนยาแผนปัจจุบัน ช่วยลดมูลค่าการสั่งซื้อยาจากต่างประเทศได้หลายชนิด นายแพทย์สมทรง รักเผ่า อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยสมุนไพร ได้ดำเนินการศึกษาและวิจัยและพัฒนาสมุนไพร เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์หลายชนิด เป็นเวลานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว ล่าสุด ได้พบสมุนไพรที่มีศักยภาพสูง ควรพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพาณิชย์ได้ดีคือสมุนไพร ปัญจขันธ์ หรือที่จีนเรียกว่า เจียวกู่หลาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum Makino เป็นพืชล้มลุกชนิดเถา ในประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน ใช้ปัญจขันธ์เป็นยาต้านการอักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ และเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า gynsenoside ซึ่งเป็นสารประเภทSaponins ที่พบในปัญจขันธ์ มีคุณสมบัติคล้าย ginsenoside ที่พบในโสมและพบว่า gypenoside สามารถลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญเติบโต ของเนื้องอก รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบ แก้ปวด และยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ในประเทศไทยพืชชนิดนี้สามารถปลูกได้ดี ปัจจุบันมีการปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังไม่แพร่หลายนัก อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ทางสถาบันสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดปัญจขันธ์ พบว่าตัวยาที่สกัดได้แสดงฤทธิ์ยับยั้ง เอนไซม์เอชไอวีโพรทีเอส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เชื้อ HIV ใช้ในการเพิ่มจำนวน และมีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกันในหลอดทดลองได้ดี เมื่อทำการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน และพิษเรื้อรังของสารสกัดจากปัญจขันธ์ ในสัตว์ทดลองพบว่ามีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังได้ทำการทดลองในอาสาสมัคร โดยให้รับประทานสารสกัดในรูปของแคปซูลก็พบว่ามีความปลอดภัย จึงควรสนับสนุนการนำสมุนไพรนี้ มาใช้ประโยชน์ในระบบบริการสุขภาพเพื่อทดแทนยาแผนปัจจุบัน และเพื่อการส่งออก ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสมุนไพรที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรจึงเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าของประเทศต่อไป
 
 
ชะเอมเทศ
เป็นพรรณไม้ที่มีอายุนานหลายปี ลำต้นมีความยาวประมาณ 1-2 เมตร ใบเป็นใบประกอบลักษณะเป็นรูปขนนก และจะออกสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 9-17 ใบ ส่วนก้านใบย่อยนั้นจะสั้นมาก ใบจะเป็นสีเขียวอมเหลือง ดอกจะออกเป็นช่อ กลีบดอกจะเป็นสีม่วงอ่อน ๆ และก้านดอกจะสั้นมาก ฝักจะมีลักษณะแบน และผิวข้างนอกจะเรียบ เปลือกของราก จะมีเป็นสีแดง และมีรสหวานใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้คลื่นเหียน อาเจียน ใบทำให้เสมหะแห้ง และเป็นยารักษาดีพิการ
ดอกใช้รักษาอาการคัน และรักษาพิษฝีดาษ ผลจะมีรสหวาน ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง และอาการคอแห้ง ทำให้ชุ่มชื้น รากจะมีรสชุ่ม ใช้เป็นยาบำรุงปอด ขับเลือดที่เน่าในท้อง รักษาพิษยาหรือพืชพิษต่าง ๆ ชนิดคั่วแล้วรักษาอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ตรากตรำทำงานหนัก ปวดท้อง ไอเป็นไข้ สงบประสาท บำรุงปอด ใช้รากสดรักษาอาการเจ็บคอ เป็นแผลเรื้อรัง ระบบการย่อยอาหารไม่ดี หรืออาหารเป็นพิษ และรักษากำเดาให้เป็นปกติ
(ในรากของชะเอมนั้น จะมีแป้งและความหวานมาก ต้องรักษาไว้อย่าให้แมลงมารบกวน เพราะพวกมอดและแมลงอื่นชอบกิน ถ้าผุจะทำให้เสื่อมคุณภาพ นอกจากนี้ยังใช้รากผสมยาอื่น ช่วยกลบรสยา หรือแต่งยาให้หวานอีกด้วย)
 
ข้อมูลทางคลีนิค
  • รักษาอาการปัสสาวะออกมากผิดปกติ (เบาจืด)
  • รักษาแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก
  • รักษาอาการหอบหืดจากหลอดลมอักเสบ
  • รักษาโรควัณโรคปอด
  • รักษาเส้นเลือดดำขอด
  • รักษาลำไส้บีบตัวผิดปกติ ซ้อนกันเป็นก้อน
  • รักษาโรคไข้มาลาเรีย
  • รักษาโรคพยาธิใบไม้ในเลือดอย่างเฉียบพลัน
  • รักษาโรคตับอักเสบชนิดที่ติดต่อได้
  • รักษาเยื่อตาอักเสบ
  • รักษาผิวหนังบริเวณแขน ขา แตกเป็นขุย
  • รักษาผิวหนังอักเสบเป็นผื่นคัน
  • รักษาปากมดลูกอักเสบเน่าเปื่อย
  • รักษาแผลที่เกิดจากการถูกความเย็นจัด
  • รักษาเยื่อหุ้มลูกตาชั้นนอกอักเสบ (Scleritis)
 
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
มีฤทธิ์รักษาอาการอักเสบและอาการแพ้ กรดกลีเซอเรตินิคมีฤทธิ์ในการรักษาอาการบวมอักเสบในหนูใหญ่
มีฤทธิ์อะดรีโนคอร์ติโคสเตียรอยด์ (adrenocorticosteroids) ฤทธิ์คล้ายคอร์ติโตสเตียรอยด์ มีสารสกัดเข้มข้น โปแตสเซียมกลีเซอไรซิเนต หรือแอทโมเนียมกลีเซอไรซิเนต กรดกลีเซอเรตินิค (glycyrhetinic acid) สารพวกนี้ล้วนแต่มีฤทธิ์เหมือนกับดีออกซีคอร์ติโซน (deoxycortisone) ทำให้การขับถ่ายปริมาณของปัสสาวะ และเกลือโซเดียมลดน้อยลง และฤทธิ์คล้ายกลูโคคอร์ติโคสเตียรอยด์ (glucocorticosteroids) กรดกลีเซอเรตินิคจะไปยังยั้งการทำลายกรด อะดรีโนคอร์ติโคสเตียรอยด์ ในร่างกายทำให้ปริมาณของคอร์ติโคสเตียรอยด์ในเลือดให้สูงขึ้น
มีฤทธิ์ในการรักษาพิษ กลีเซอไรซินและน้ำต้มสกัดชะเอมมีฤทธิ์รักษาพิษของตริคนีนได้ โดยสามารถลดความเป็นและอัตราการตายจากสตริคนีนได้ ฤทธิ์นี้อาจเนื่องมาจากกรดกลูคิวโรนิค ที่มีอยู่ในชะเอมเทศ
มีฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหารคือ มีฤทธิ์ในการรักษาแผลเรื้อรังในระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต่อการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ
ฤทธิ์ต่ออาการดีซ่านที่ทำให้เกิดขึ้นในการทดลอง กลีเซอไรซินและกรดกลีเซอเรตินิค ทำให้บิลิรูบิน (Bilirubin) ในพลาสมาของกระต่ายและหนูใหญ่สีขาวที่เกิดจากการผูกท่อน้ำดีให้มีปริมาณลดลง และการขับบิลิรูบินออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น
มีฤทธิ์ต่อการเผาผลาญไขมันในเส้นเลือด กลีเซอไรซินจะไม่มีผลต่อการเผาผลาญไขมันในคนปรกติ แต่ในคนไข้ที่มีความดันเลือดสูง ส่วนมากเมื่อกินกลีเซอไรซินไปแล้วจะทำให้ระดับโฆเลสเตอรอลในเลือดนั้นลดลง และความดันเลือดจะลดลงด้วย
มีฤทธิ์รักษาอาการไอ หลังจากที่ได้กินชะเอมเทศแล้วสารที่สกัดได้จะไปเคลือบเยื่อเมือกตามบริเวณที่อักเสบตามคอจะช่วยลดการระคายเคืองและบรรเทาอาการไอด้วย
มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดและอาการชัก สารที่สกัดที่ได้จากชะเอม FM100 จะมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดได้
มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง กรดกลีเซอเรตินิคนี้มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งในไขกระดูกชนิด Oberling-Guerin ที่ได้เพาะเลี้ยงในไขกระดูกของหนูใหญ่สีขาว
มีฤทธิ์ต่อระบบปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ กลีเซอไรซิน และเกลือแคลเซียมกลีเซอไรวิเนต นำมาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ จะทำให้เพิ่มฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของธีโอฟิลลีน (theophylline)
ฤทธิ์อื่น ๆ โซเดียมกลีเซอไรซิเนตจะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น และกลีเซอไรซินนี้มีฤทธิ์ในการลดไข้ในหนูเล็กสีขาวและกระต่ายทดลองที่ทำให้เกิดขึ้นได้
 
เห็ดหลินจือ (อังกฤษ: Lingzhi) เป็นยาจีน (Chinese traditional medicine) ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจืออย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย
สรรพคุณ[แก้]
เห็ดหลินจือ
ในสมัยโบราณ กล่าวกันว่า เห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
เห็ดหลินจือได้ถูกบันทึกไว้ว่า มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมาก กว่า 100 สายพันธุ์ และสำหรับสายพันธุ์ที่นิยมมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum) หรือสายพันธุ์สีแดง
เห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารยับยั้งอาการต่างๆ ข้างต้น เห็ดหลินจือในแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารโพลีแซคคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกัน แต่สายพันธุ์ที่มีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุด คือ เห็ดหลินจือสีแดง ซึ่งมีงานวิจัยต่างๆ พบว่ามีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด
ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ เห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก การเลือกผลิตภัณฑ์ เห็ดหลินจือแดงควรศึกษาตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพราะการจะได้เห็ดหลินจือที่มีคุณภาพที่ดีนั้น ตัวเห็ดหลินจือเอง จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องความชื้น แสงสว่าง และสารอาหารที่ได้รับ ส่วนขั้นตอนการแปรรูป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะถือเป็นกระบวนการที่จะสกัดสารโพลีแซคคาไรด์จากตัวเห็ดเองออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การบรรจุภัณฑ์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจไม่แพ้กัน ควรเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้ดี เพราะว่าความชื้นจะทำให้เห็ดหลินจือขึ้นราได้ เนื่องจากเห็ดหลินจือค่อนข้างไวต่อความชื้น
ชาใบหม่อน
หม่อน (Morus spp.) สมุนไพรพื้นบ้าน อาหารของหนอนไหม กลายมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพชั้นเยี่ยมของมนุษย์ สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (สมมช.) ได้บุกเบิกการค้นคว้าวิจัยการผลิตชาใบหม่อนและสรรพคุณของพืชชนิดนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ร่วมกับสถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบใบหม่อนมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด มีแคลเซียมสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญหลายชนิด เช่น เควอซิติน (quercetin) แคมเฟอรอล (kaempferol) และ รูติน(rutin) นอกจากนั้นยังพบชาใบหม่อนมีสารดีเอ็นเจ (1-deoxynojirimycin) มีสรรพคุณลดระดับน้ำตาลในเลือด มีสารกาบา (gamma amino-butyric acid) ลดความดันโลหิต มีสารกลุ่มฟายโตสเตอโรล (Phytosterol) ลดไขมันในเลือด อีกทั้งไม่พบผลข้างเคียง จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค
***ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ใน เกณฑ์ปกติโดยชา ที-มิกซ์ สามารถช่วยท่านได้***
หมายเหตุ*ไม่สามารถรักษาได้ทุกโรค*ไม่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง*เพียงดื่มวันละ 6-8 แก้ว สามารถลดระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติได้(ภาย ใน 30 วัน) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ตาบอด แผลเรื้อรัง ไตวาย ความดันสูง เป็นต้น *เมื่อระดับน้ำตาลปกติ ดื่มเพียงวันละ 2 แก้ว รับประทานอาหารได้ตามปกติ ไม่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ (น้ำตาลไม่ขึ้น ใช้ชีวิตตามปกติ)*ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติ สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานในอนาคต*ไม่ต่อต้านฤทธิ์ยาประจำตัว ไม่มีผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น*ผลิตจากพืชสมุนไพร 100% ไม่เจือสี ไม่แต่งกลิ่น จึงไม่มีผลข้างเคียงใดๆ มี อ.ย. รับรอง*ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือด ได้ทุก 7 วัน
Zepti.com – web search engine
_______________________________________________________

ผลิตภัณฑ์แนะนำอื่นๆ

ถั่งเช่าสีทอง (CordyGold) ของแท้ ได้มาตรฐาน มีอย.

สุดยอดสมุนไพรในราคาที่คนไทยเข้าถึงได้

1 กล่องมี 60 แคปซูล ราคากล่องละ 1,800 บาท

วิธีรับประทาน ครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง

 หัวใจ, ตา, ไต, สมอง, ปอด

ถั่งเช่า ตังถั่งเช่า หรือ ถั่งเฉ้า เป็นยาบำรุงร่างกายชั้นยอด ที่ได้จากการผสมผสานกันระหว่างตัวหนอนและเห็ดตังถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห่เช่า แปลว่า “ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า” ที่ เรียกว่า “หญ้าหนอน” ก็เพราะว่ายาสมุนไพรชนิดนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นตัวหนอน เป็นตัวหนอนของผีเสื้อชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hepialus armoricanus Oberthiir และบนตัวหนอน มีเห็ดชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cordyceps sinensis (Berk.) Saec. เจริญเติบโตอยู่ เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้ในฤดูหนาวเหมือนหนอนแต่ฤดูร้อนกลับงอกเป็นต้นหญ้าได้ จึงเรียกว่า “หญ้าหนอน” ตังถั่งแห่เช่ามีลักษณะพิเศษเพราะเป็นการรวมตัวของหนอนกับเห็ดชนิดหนึ่ง ซึ่งก็คือ มีสปอร์ของเห็ดได้แทงเข้าสู่ตัวอ่อนของหนอนผีเสื้อค้างคาว (รูปลักษณะคล้ายตัวไหม) ที่ฝังตัวจำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาว และเชื้อเห็ดนี้ก็เจริญเติบโตเป็นเส้นใย โดยอาศัยการดูดสารอาหารและแร่ธาตุจากตัวอ่อนของหนอนนั้นเติบโตขึ้นมา ส่วนตัวหนอนเองก็จะค่อยๆตายไป พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ที่ส่วนหัวของหนอนจะงอกเป็นต้นเห็ด คล้ายหญ้างอกออกมาต้นหนึ่ง รูปลักษณะภายนอกคล้ายไม้กระบอก ส่วนตัวหนอนคงอยู่ในลักษณะของหนอนตายซากอยู่เช่นนั้น ตังถั่งแห่เช่าที่ใช้ทาเป็นยาก็คือ ตัวหนอนและเห็ดที่แห้งแล้วนั่นเอง โดย ตังถั่งแห่เช่านั้น มีรสหวาน ฤทธิ์ไม่ร้อน บำรุงไต เสริมภูมิคุ้มกัน ภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง อาการหย่อนสมรรถภาพทาง ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ป่วยฟื้นไข้ การทดลองทางการแพทย์ยังพบว่า สารสกัดจากตังถั่งเช่า มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด กระตุ้นสมรรถภาพการทำงานของต่อมหมวกไต เพิ่มภูมิต้านทานให้กับผู้ป่วยโรคไต ช่วยลดจำนวนครั้งของการฟอกไต สมานแผลจากเบาหวาน ช่วยลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง

 

สารที่พบในถั่งเช่า

คอร์ไดเซปิน

สารคอร์ไดเซปิน(cordycepin) มีฤทธิ์บำรุงไต เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของโลหิต ต้านเชื้อแบคทีเรีย

เบต้า-กลูแคน

สารโพลีแซคคาไรด์(เบต้า-กลูแคน : β-Glucan) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด มีความน่าจะเป็นในการ ลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ยืดอายุและชะลอความเสื่อมของเซลล์

อะดีโนซีน   

สารอะดีโนซีน (adenosine) ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล กระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญและสร้างเสริมพลกำลังและความกระปรี้กระเปร่า

 

  

สรรพคุณของถั่งเช่าสีทอง

   – บำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้ร่างกายสดชื่น 

  – ฟื้นฟูสมรรถนะของไต ช่วยบรรเทาและรักษาอาการ ไตอักเสบ นิ่วในไต เสริมภูมิต้านทาน

  – กระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ขยายหลอดเลือด เพิ่มปริมาณของเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงปอดและ
หัวใจ ทำให้
ระดับออกซิเจนในระบบไหลเวียนโลหิตเพิ่มขึ้น และลดอาการขาดออกซิเจน

  – ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ บำรุงร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย 

  – ช่วยรักษามะเร็ง ต่อต้านเซลล์มะเร็งและลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้

  – ลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานไวต่ออินซูลินมากขึ้น และจัดการน้ำตาลใน
ร่างกายได้ดีขึ้น 

  – การกินถั่งเช่าจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ช่วยเสริมสมรรถภาพ บำรุงกำลังทางเพศ
ช่วยให้ตัวอสุจิแข็งแรงขึ้น 

  – ปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ 

  – เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด และหลอดลม 

  – กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนต่อมหมวกไต ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญกับร่างกายอย่างมาก

  – สำหรับนักกีฬาสมุนไพรชนิดนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของนักวิ่งให้ดียิ่งขึ้น 

  – ประโยชน์ถั่งเช่าสำหรับสตรี ใช้เป็นยาบำรุงช่วยทำให้มีบุตรง่ายขึ้น ช่วยปรับประจำเดือน
ทำให้เลือดลมเดินดีขึ้น

 

 

ชาเขียวเห็ดหลินจือ Green Tea with Garnoderma

ประโยชน์ต่อสุขภาพ :
  • เสริมการทำงานของระบบต่อต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย
  • ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอการเสื่อมของร่างกาย
  • เพิ่มการตอบสนองของร่างกายต่ออินซูลินในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดที่ผิดปกติอันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง
  • ยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยให้ร่างกายลดการสะสมไขมันส่วนเกิน

คุณประโยชน์

สารสกัดจากชาเขียวช่วยให้เมตาบอลิซึมของไขมันและน้ำตาลทำงานดีขึ้น,เสริมความไวต่ออินซูอิน และช่วยให้เกิดสมดุลระหว่าง การสะสมไขมัน และ  การเผาผลาญไขมัน  จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า โพลีฟีนอลจากชาเขียวโดยเฉพาะคาทีชิน  ช่วยลดความเสี่ยงของอาการที่เรียกว่า Metabolic Syndrome X ได้

เมื่อใช้สารสกัดจากชาเขียวเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ทำให้ผิวชั้นนอก คอลลาเจน อิลาสติน หนาตัวขึ้น เม็ดสีและการเกิดการอักเสบของผิวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยชะลอการแก่ของผิว โพลีฟีนอลจากชาเขียวสกัดมีประสิทธิภาพในการ ต้านอนุมูลอิิสระประสิทธิภาพสูง สามารถปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระและการทำลาย จากแสงยูวี จึงช่วยชะลอการแก่ของผิว ลดการสร้างเม็ดสีที่มากเกินไป ผิวจึงสดใส นอกจากนี้โพลีฟีนอลยังส่งเสริมการสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนจึงทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์

‘เห็ดหลินจือ’มีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง

ผลวิจัยเห็ดหลินจือมีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง

               วันที่ 4 ก.พ. 2556 นพ.สมชัย  นิจพานิช  อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า  องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล (International Union Against Cancer: UICC)กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก โดยที่ผ่านมากรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ร่วมกับ  11  ภาคีดำเนินการศึกษาวิจัยเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในประเทศไทยที่มีผลต่อการต้านมะเร็ง

ผลการศึกษา พบว่าเห็ดหลินจือมีสารสำคัญเป็นสารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์  มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยให้จิตสงบ  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  และสารกลุ่มไทรเทอร์ปีน เป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง พบมากในส่วนสปอร์ และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มมีสารสำคัญและฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้มหลายเท่า  อีกทั้ง ยังพบว่าสารสกัดดอกเห็ดและสปอร์มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี  ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกติที่ไม่ใช่มะเร็ง

ส่วนการศึกษาฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งของสารสกัดเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในหลอดทดลองทำให้เซลล์มะเร็งตายได้นั้น   ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการวิจัยทางคลินิกถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือ และสปอร์เห็ดหลินจือในผู้ป่วยโรคมะเร็ง  โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คาดว่าผลการวิจัยจะเสร็จสิ้น เร็ว ๆ นี้  นอกจากนี้  มีรายงานการวิจัยในประเทศจีนพบว่า การศึกษาทางคลินิกของเห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด  มะเร็งลำไส้ใหญ่  และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม  มีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยในการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

นพ.สมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้เห็ดหลินจือกับผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย  เน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก เช่น การใช้เห็ดหลินจือต้มดื่มแทนน้ำ  ประชาชนสามารถทำได้เอง โดยวิธีต้มง่าย ๆ ใช้ดอกเห็ดหลินจือฝานบาง ๆประมาณ 2-3 ชิ้น ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา ให้มีรสขมบ้างเล็กน้อย  สรรพคุณช่วยให้สดชื่น  เสริมภูมิต้านทาน  ไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

“ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือที่ผลิตภายในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงระบบขายตรง ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือ ผู้บริโภคควรมีหลักการในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งการผลิตและการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน เช่น มีฉลากกำกับและบอกถึงส่วนประกอบและปริมาณของผลิตภัณฑ์  รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุสามารถกันความชื้นได้ดี   ผ่านการรับรองและการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ซึ่งสามารถดูข้อมูล ยาเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับอย. ได้ที่ www.fda.moph.go.th” นพ.สมชัยกล่าว

คนไทยแนวโน้มป่วยโรคมะเร็งลำไส้สูงขึ้น

ขณะเดียวกันที่โรงแรมรามาการ์เดน นพ.วิชัย  เทียนถาวร  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (ผช.รมว.สธ.) เป็นประธานเปิดงานวันมะเร็งโลก จัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย

นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์โรคมะเร็งในไทย พบว่า โรคมะเร็งลำไส้มีแนวโน้มที่สูงขึ้น โดยพบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ที่ป่วยมะเร็งลำไส้ทั้งในชาย และหญิง อยู่ที่ร้อยละ 10 ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่มักไม่ค่อยออกกำลังกาย นิยมรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ที่ไหม้เกรียม รับประทานผักน้อย ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ทั้งสิ้น                    นพ.ภัทรพงศ์ พรโสภณ อายุรแพทย์โรคเลือด และมะเร็งวิทยา กลุ่มงานเคมีบำบัด สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อในเรื่องของโรคมะเร็งที่ไม่ถูกต้อง เช่น บางคนเชื่อว่าการรับประทานผักเยอะๆ จะไม่ทำให้เซลล์มะเร็งโต ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะหากไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลยอาจจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางขึ้นมาด้วย ขณะเดียวกันการรับประทานเนื้อสัตว์ก็ควรระวัง ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ประเภทปิ้ง ย่างจนเกรียมเพราะไขมันในสัตว์ที่ถูกไหม้จนเกรียมจะทำให้เกิดสารก่อมมะเร็งได้                    “ความเชื่ออีกเรื่องที่พบมากคือ ในเรื่องการใช้สมุนไพรรักษามะเร็ง ไม่ได้ต่อต้านเรื่องนี้ แต่หากผู้ป่วยรายใดจะใช้ อยากขอแนะนำให้ศึกษาอย่างละเอียด รวมถึงดูว่ามีงานวิจัยรองรับด้วยหรือไม่ เพราะสมุนไพรบางชนิดแม้ว่าจะมีสรรพคุณในการเพิ่มภูมิต้านทานโรค เช่น เห็ดหลินจือ หญ้าปักกิ่ง แต่เมื่อมีการนำไปใช้ร่วมกับการรักษาทางเคมีอาจจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยได้ โดยจะทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาวในผู้ป่วยต่ำ และไม่สามารถให้ยาในการรักษาได้”นพ.ภัทรพงศ์กล่าว

Zepti.com – web search engine
Frety Webengine
สมุนไพรเบาหวาน
free Directory submission

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s